แม่ย่านาง


แม่ย่านาง

"มัธยันต์" เล่าเรื่องสตรีเพศผู้พิทักษ์เรือ

สมัยก่อน สะพานกรุงธนเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ เชื่อมระหว่างถนนราชวิถี หรือสี่แยกซังฮี้ ใกล้ๆ วชิรพยาบาล กับถนนจรัญสนิทวงศ์ ย่านบางพลัด ธนบุรี ชาวบ้านนิยมเรียกขานกันว่า "สะพานซังฮี้"

ผมต้องอาศัยเรือจ้างจากท่าน้ำสามเสน ข้ามไปฝั่งวัดเทพนารีบ่อยๆ ในตอนกลางคืน เพราะเรือไอข้ามฟากจะมีเฉพาะตอนกลางวันไปถึงหัวค่ำเท่านั้น

ค่าเรือไอสลึงเดียว แต่เรือจ้างคนละหนึ่งบาท คนเดียวก็ไป ไม่มีการเกี่ยงงอนอะไร ผมชอบแวะไปหาเพื่อนฝูงที่อยู่แถวหน้าวัด ตั้งวงดวดดื่มกันจนดึกดื่นบ่อยๆ บางทีก็โจ้กันที่ศาลาท่าน้ำนั่นแหละ พอจะกลับบ้านก็ต้องอาศัยเรือจ้างข้ามฟากมาหาแท็กซี่เอามุมถนนท่าน้ำเป็นประจำ

นานเข้าก็คุ้นกับตาเพ็ญ-คนแจวเรือที่หากินทางนี้มาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ เคยถามแกว่าตอนกลางวันคนมักจะนั่งเรือไอกันเพราะถูกเงินกว่าหลายเท่า แล้วลุงไปแจวเรือหากินที่ไหนกันล่ะครับ?

ตาเพ็ญบอกว่าแกแจวเรือ หรือรอผู้โดยสารไปจนถึงดึกดื่นค่อนคืน กว่าจะตื่นก็บ่ายหรือจวนเย็น กินข้าวกินปลาแล้วถึงจะออกเรือ แต่ถ้าวันไหนนึกขยันก็ออกมาหากินตอนบ่ายตามท่าตาแหน หน้าวัดแก้วฟ้าฯ เกียกกาย ขึ้นไปส่งคนที่อยู่บ้านริมน้ำแถวคลองบางซื่อ บางทีก็ขึ้นไปถึงบางโพยันพระรามหก

บางวันก็ได้คนโดยสารล่องเลาะไปแถวบ้านญวน บ้านเขมร ถึงวัดราชาฯ วัดเทวราชกุญชร ยันท่าเทเวศร์ บางลำพู ท่าพระอาทิตย์ ท่าช้างไปถึงท่าเตียน แม้แต่ท่าโรงโม่กระทั่งท่าสี่พระ ยา ราชวงศ์ ก็เคยไปมาแล้ว

สมัยหนุ่มๆ แจวเรือหากินได้ทั้งวันเพราะรถราน้อย แดดแผดร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่น เพราะได้ใบกระท่อมเอาไว้สู้แดด...ขาดมันก็สิ้นแรง พานจะเป็นลมเป็นแล้งเอา

คืนหนึ่ง ผมเจอแกจอดเรือสูบยาแดงวาบๆ ที่ท่าน้ำวัดเทพนารี...ตอนแรกเห็นผู้หญิงผมยาวนั่งอยู่ที่หัวเรือ แต่เมื่อจ้องมองอีกทีก็ไม่เห็นอะไร...พอเห็นผมเดินลงสะพานไปที่โป๊ะ ตาเพ็ญก็ลุกขึ้นแก้เชือกที่ผูกเสาไว้ งัดแจวขัดเรือลงจ้วงน้ำ รีบมารับทันที

"สงสัยว่าแม่ย่านางทิ้งเรือไปเที่ยว ถึงได้หาเงินยากเย็นเต็มที!"

ตาเพ็ญปรับทุกข์ขณะเบนหัวเรือออกกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ผมเลยถามว่าแม่ย่านางมีจริงหรือเปล่า? ทำไมชาวเรือถึงได้เชื่อกันนัก?

"โอ๊ย! มีจริงซีคุณ" ตาเพ็ญร้อง "เรือน่ะขาดแม่ย่านางไม่ได้หรอก! ถ้าแม่ย่านางทิ้งเรือไปเลย รับรองว่าเรือพังหรือเรือแตกแน่ๆ ที่มันล่มกัน ชนกัน ก็เพราะขาดแม่ย่านางประจำเรือน่ะแหละ ถึงได้เกิดอาเพศ"

"ทำไมแม่ย่านางถึงหนีไปล่ะ?"

ตาเพ็ญถอนหายใจยืดยาว จ้วงแจวตัดกระแสน้ำตรงไปยังท่าสามเสน พลางบอกกล่าวให้แจ่มแจ้งว่า...

อันแม่ย่านางนั้นมีตาทิพย์ รู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นก็มักจะบอกกล่าว ตักเตือนให้รู้ล่วงหน้า ใครเชื่อฟังก็รอดตัว แต่ถ้าใครดื้อรั้นแม่ย่านางก็จะทิ้งเรือไป...เรือที่ไร้แม่ย่านางเป็นต้องวิบัติ ล่มจมอับปางลงอย่างแน่นอน!

"แล้วแม่ย่านางจะไปอยู่ที่ไหนกัน?"

ผมสงสัย ตาเพ็ญกระแอมกระไอพลางจ้วงแจวแข็งขันดูไม่ต่างกับหนุ่มๆ ก่อนจะให้คำตอบ

"ก็ไปอยู่เรือลำใหม่ที่เขาจุดธูปเทียน เซ่นไหว้เชื้อเชิญน่ะซีคุณ! ผู้คนต่อเรือน้อยใหญ่มากมายทุกวัน แม่ย่านางจะเลือกไปอยู่เรือลำไหนก็ได้...ใครนับถือเซ่นไหว้จริงๆ จังๆ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็จะมาบอกให้รู้ล่วงหน้า ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะพิจารณาเอาเอง"

"แล้วลุงเคยเจอมั่งมั้ยล่ะ?"

คราวนี้ตาเพ็ญแค่นหัวเราะเหมือนจะเยาะหยันตัวเอง

"สดๆ ร้อนๆ เลยคุณเอ๋ย...วันนี้น่ะเชือกผูกแจวหลุดแล้วหลุดอีก คล้ายจะเตือนอยู่ในทีว่าอย่าออกเรือ! แต่ไอ้ผมมันดันทุรังเอง...ตอนค่ำๆ มีคนทักว่าพาผู้หญิงที่ไหนไปเที่ยว? ผมเองก็เห็นวูบๆ วาบๆ เหมือนกัน...ยังงี้จะมีใครมานั่งเรือ! แม่ย่านางเตือนแล้วก็ไม่เชื่อ คืนนี้ถึงได้หาเงินยากเย็นนั่นปะไร! โธ่เอ๊ย..."

เมื่อเรือถึงฝั่งผมเลยให้พิเศษตาเพ็ญไปสองบาท ถือซะว่าเป็นค่าวิชาความรู้เรื่องแม่ย่านางไงครับ!



ขอบคุณเรื่องเล่าจากข่าวสด


เครดิต :

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์