น่ากลัวสุดๆ!! เรื่องเล่า..ตำนานสุดหลอนโรงเรียนไทย

น่ากลัวสุดๆ!! เรื่องเล่า..ตำนานสุดหลอนโรงเรียนไทย

ความเชื่อ อาถรรพ์ เรื่องเล่า หรือจะเป็นตำนานอันน่าขนลุกเกี่ยวกับผี นั่นก็มีเรื่องเล่าต่อกันมาตลอดๆ ทั้งที่เป็นเรื่องจริง เรื่องโม้ หรือจะเรื่องจริงแต่ใส่ไข่เข้าไปด้วย เรื่องราวเหล่านี้สามารเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งโรงเรียนเองก็ยังมี... วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปหลอนกับ 10 เรื่องราวที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียนสุดหลอน ที่อ่านไปขนลุกไป เพื่อนๆ อ่านแล้วอย่าหาเรื่องไม่ไปโรงเรียนก็แล้วกันนะ อิอิ ^^ (เราขออนุญาตไม่บอกนะว่าเป็นเรื่องที่เคยขึ้นที่โรงเรียนแห่งใดบ้าง?)

10 ตำนานสุดหลอนโรงเรียนไทย

1. ใคร (แอบ) ในห้องสมุด!
เป็นเรื่องของห้องสมุดในโรงเรียนชื่อดังที่ว่ากันว่า มีเรื่องเฮี้ยนเรื่องหลอนให้เล่ากันได้ทุกวี่ทุกวัน คนที่เจอบ่อยสุดคงหนีไม่พ้นบรรณารักษ์ที่นั่งๆ อยู่ก็จะเห็นเงาดำๆ อยู่บริเวณมุมมืดของห้องสมุดแต่พอเดินไปดูกลับไม่มีใคร กลับมานั่งก็ได้ยินเสียงคนคุยซุบซิบกัน เสียงวางหนังสือ ทั้งๆ ที่ในห้องนั้นไม่มีใคร.. บางครั้งตอนเช้าพอเปิดห้องสมุดมากลับมีรอยเท้าเดินทั่วห้องสมุดทั้งๆ ที่ก่อนจะปิดห้องก็ทำความสะอาดอย่างดีแล้ว ทำเอางง? กันไปหมด! อีกเรื่องที่เป็นตำนานก็คือ เรื่องของบัตรยืมห้องสมุดของอดีตนักเรียนคนนึงซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่กลับมีคนเห็นบัตรยืมของเค้าไปตกอยู่ตรงมุมมืดที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปใช้งานบ่อยๆ ขนาดทุกวันนี้ยังมีคนเอาบัตร (ผี) ใบนี้มาคืนอยู่บ่อยๆ จนบรรณารักษ์หลอนกันไปหมด

2. เรื่องของตึก 2
คราวนี้เป็นเรื่องของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่แถวๆ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตบางเขน ที่มีตึกสุดหลอนที่เด็กๆ เล่ากันมาจนหลอนนั่นก็คือตึก 2 ที่เมื่อก่อนมีลิฟท์แต่จู่ๆ ก็เลิกใช้กันโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ จริงๆ ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าลิฟท์ตัวนี้มันไม่ธรรมดา เพราะเคยมีคนงานก่อสร้างตายขณะที่กำลังติดตั้งลิฟท์ตัวนี้อยู่ คนเลยมักเจอเรื่องแปลกๆ กันอยุ่บ่อยๆ ทั้งเงาประหลาด เสียงกรีดร้อง และมือผีที่โผล่ออกมาให้เห็นกันจะๆ เรื่องของตึก 2 ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะมีเรื่องของห้องน้ำที่ตอนเย็นใครเข้าไปใช้งานมักจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆ อยู่ตลอดเวลาทั้งๆ ที่ไม่คน! แถมยังเคยมีคนเห็นเงาคนต่อคิวทั้งๆ ที่ออกมาก็ไม่มีใคร เสียงเปิด-ปิดประตูที่ดังปึ้งปั้งๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่ ทำเอาคนไม่กล้าเดินผ่านห้องน้ำคนเดียวเลย

3. ผีเหรียญในโรงเรียน
คงไม่แปลกที่ใครจะอยากลองเล่นผีถ้วยแก้วเพื่อลองดีในโรงเรียน แต่เมื่อฟังเรื่องนี้แล้วหลายคนอาจจะกลัวจนไม่กล้าเล่นก็ได้ เป็นเรื่องของห้องดนตรีไทยที่ถูกปิดตาย ที่ว่ากันว่าใครเดินผ่าน ใครไปส่องดูต้องเจอดีอยู่บ่อยๆ เลยทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งอยากลองของเลยไปเล่นผีเหรียญในห้องนั้นดู ตอนแรกๆ ก็คิดว่าคนเป็นคนผลักเหรียญ หลังๆ เริ่มน่ากลัวขึ้นจนเพื่อนคนนึงในกลุ่มลงไปนอนชักอยู่กับพื้น ที่เหลือจึงตะโกนเรียกเพื่อนที่รออยู่ข้างนอกให้เข้ามาช่วยแต่ก็ไม่มีใครเข้ามา จู่ๆ ลมพัดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ทำเอาประตูหน้าต่างชนกันดังปัง จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูแต่เปิดยังไงก็ไม่ออก จึงพากันยกมือไหว้ขอขมา ขอโทษที่เข้ามาลบหลู่ ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย เพื่อนที่รอยู่ข้างนอกก็ตกใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมไม่เรียกให้ช่วย ทั้งๆ ที่ข้างในตะโกนกันแทบตาย แต่ข้างนอกได้ยินแต่เสียงหัวเราะ!

4. หลอน ณ อาคาร 6
เป็นเรื่องของโรงเรียนชื่อดังย่านปากเกร็ด นนทบุรี ที่ว่ากันว่าแต่ก่อนเคยเป็นศาลาพักศพมาก่อน จึงทำให้ทุกวันอังคารจะต้องมีการทำบุญที่ตึก เพราะมีเรื่องราวหลอนๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด เคยมีครูคนนึงทำงานเลิกดึก พอเดินลงมากลับเห็นเด็กใส่ชุดนักเรียนนั่งอยู่บนป้ายตรงทางเดิน ครูจึงเข้าไปถามว่า "เป็นอะไร ทำไมยังไม่กลับบ้าน" แต่พอเด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นครูก็ตกใจจนร้องไม่ออก เพราะน้ำตาของเด็กคนนั้นไหลออกมาเป็นเลือด แถมป้ายที่นั่งอยู่ก็ติดกับผนังไม่มีทางที่คนจะนั่งตรงนั้นได้ ครูเลยต้องรีบวิ่งกลับบ้านไป เรื่องไม่ได้มีแค่นี้ เพราะเคยมีเด็กที่มาเช้าๆ นั่งรอเพื่อนในห้องอยู่ดีๆ ก็มีเด็กหญิงใส่ชุดนักเรียนเดินเข้ามา แต่หน้าไม่คุ้น "ถึงถามว่าชื่ออะไรหรอ ทำไมมาเช้าจัง?" เด็กคนนั้นไม่ตอบ แต่กลับร้องไห้และวิ่งออกไปตรงระเบียงพร้อมกลับกระโดดลงไป! เมื่อวิ่งตามไปดูกลับไม่เห็นร่างของใครทั้งนั้น เลยว่ากันว่าเป็นวิญญาณของรุ่นพี่ที่เคยกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั่นเอง

5. (ผี) คุณยายบนตึกเรียน
เป็นเรื่องราวที่นักเรียนเล่าต่อๆ กันมา กับสิ่งที่ครูคนนึงได้เห็น... วันนั้นครูคนนี้มาโรงเรียนเช้าเลยยังไม่ค่อยมีคนมากนัก พอเดินไปถึงตึกจึงมองขึ้นไป กลับเห็นคุณยายแก่ๆ คนนึงใส่ชุดออกจีนๆ ครูก็คิดในใจว่าเป็นผู้ปกครองของใคร? หรือมาหาใคร? จึงรีบเดินขึ้นตึกไป พอไปถึงชั้นกลับไม่พบคุณยายคนนั้นแล้วทั้งๆ ที่ทางขึ้น-ลงของตึกนี้มีอยู่ทางเดียว แค่คิดครูก็ขนลุกแล้วจึงตัดสินใจหันหลังเพื่อที่จะเดินต่อ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นยายคนนี้นั่งอยู่หน้าห้อง ครูจึงทำเป็นมองไม่เห็นและจะเดินเข้าห้องไป แต่ระหว่างที่เดินคุณยายกลับหันคอตามครูไปจนเลือดค่อยๆ ไหลออกมาจากคอ ใบหน้าก็ยิ้มไปด้วย แล้วก็มีเสียงเอี๊ยดดดด! ดังลั่นเหมือนเสียงกลอนประตู ครูจึงรีบวิ่งเข้าห้องและไม่หันกลับมาดูอีกเลย เหมือนเรื่องจะจบแล้ว แต่พอตกเย็นครูก็ได้ยินข่าวว่าแม่ของ ผอ. โรงเรียนตกบันไดคอหักเสียชีวิต เมื่อไปเห็นรูปก็ถึงกับช็อคเพราะคือคุณยายที่ครูเห็นตอนเช้านั่นเอง!

6. ผีห้องพยาบาล
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของโรงเรียนชื่อดังแถวๆ สยาม ที่เป็นแหล่งรวมเด็กเก่งทั้งหลาย เรื่องมีอยู่ว่าปกติเด็กๆ ที่ขี้เกียจเรียน อยากจะโดดเรียน ไม่ชอบเรียนวิชาไหนก็มักจะอ้างว่าปวดหัว ไม่สบายมั้งแหละ จนสุดท้ายต้องไปนอนที่ห้องพยาบาล แต่ที่โรงเรียนนี้คงจะทำอย่างนั้นได้ยาก เพราะมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่าถ้าใครแอบป่วยไปนอนห้องพยาบาลล่ะก็ จะเจอดี คือจะเห็นเท้าคนเดินมาแถวๆ เตียงที่มีผ้ากั้นไว้ แต่กลับไม่เห็นเงาคน! บ้างก็ได้ยินเสียงคนเดินแต่ไม่มีใครอยู่ในห้อง ทำเอาพวกเด็กแกล้งป่วยไม่กล้ามานอนห้องพยาบาลกันเลยล่ะ

7. รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง
เรื่องนี้เป็นเรื่องของห้องน้ำหญิงบริเวณโรงอาหารของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่มีเรื่องเล่ากันว่ามักจะได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินวนไปวนมาในห้องน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เคยถูกฆ่าตายในห้องน้ำแห่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเธอใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ด้วย เลยทำให้ยิ่งเชื่อกันเข้าไปใหญ่ว่าวิญญาณของเธอยังไม่ไปไหน แต่ยังคอยวนเวียนอยู่ในจุดที่เธอตายนั่นเอง

8. อาถรรพ์โรงเรียนประถม
โรงเรียนประถมแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองนนทบุรีที่มีเรื่องเล่ามากมาย ทั้งเรื่องกุมารทองของบรรณารักษ์ห้องสมุด ที่พอตอนเช้าทีไรห้องสมุดที่จัดไว้เรียบร้อยต้องถูกรื้อ ค้น หนังสือกระจัดกระจาย อยู่ๆ หนังสือก็ตกลงมาจากชั้น โดยที่แถวนั้นไม่มีคน แถมยังมีเสียงวิ่งเล่นของเด็กมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ และยังมีเรื่องห้องน้ำชายที่ถูกปิดตาย เพราะมีเสียงร้องไห้ปริศนา และมีคนเห็นวิญญาณของเด็กหญิงยืนร้องไห้สะท้อนกระจก! แต่สุดท้ายก็ได้รู้ความจริงว่า ที่ดินตรงนี้แต่ก่อนเป็นโรงพยาบาลเก่า ขนาดพระยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นวิญญาณอาฆาตที่แรงกล้าของที่นี่

9. ตำนานผีโบว์เขียว
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ปกติโรงเรียนก็มักจะมีกฎให้นักเรียนหญิงผูกโบว์ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีดำ น้ำเงิน แต่มีนักเรียนหญิงคนนึงที่ผูกโบว์สีเขียวมาโรงเรียนทุกวัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเธอ อยู่มาวันนึงเรื่องร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อพัดลมในห้องเรียนเกิดหล่นลงมาตรงที่ๆ เธอนั่งพอดี ทำให้เธอเสียชีวิตคาห้องเรียนในทันที เวลาผ่านไปเรื่องราวของเธอก็เงียบหายไปตามกาลเวลา จนมาถึงคาบเรียนของครูใหม่คนนึง ที่พอถามคำถามขึ้นและไม่มีใครตอบ จู่ๆ ครูก็พูดขึ้นมาว่า "อ่ะ โบว์เขียวตอบข้อนี้ซิ" นักเรียนที่อยู่ในห้องก็งงกันใหญ่ เพราะไม่มีใครผูกโบว์สีนี้ ครูก็ยังไม่หยุดชี้ไปที่หลังห้องบอกว่า "เด็กคนนั้นอ่ะ ที่อยู่หลังห้อง" พูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ!

10. ครูนาฏศิลป์
เป็นเรื่องในโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นี่เอง โดยนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนนี้มักจะเคยได้ยินเรื่องราวของ "ครูวิภา" ครูสอนนาฏศิลป์ที่เคร่งครัด เข้มงวด และเจ้าระเบียบสุดๆ ต้องเป๊ะทุกอย่าง แถมยังเป็นครูที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการร่ายรำเป็นอย่างมาก จนมีวันหนึ่งที่ครูป่วยหนักจนถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วยความรับผิดชอบและรักในอาชีพ ครูจึงหนีออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะมาฝึกซ้อมเด็กๆ ในการแข่งขันรำไทยต่อ ในคืนนั้นเองอาการของครูทรุดลงทำให้ต้องไปเอายาที่ลืมไว้ในห้องนาฏศิลป์ แต่โชคไม่ดีและไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เช้าวันต่อมามีคนพบศพของครูวิภาในห้องนั้น... เวลาผ่านไปทางโรงเรียนต้องการจะทุบห้องนั้นทิ้ง แต่ทุกครั้งที่มีคนเข้าไปพยายามย้ายของจะมีเสียงดนตรีไทย และมีคน (หรือผี) มารำอยู่ในห้องนั้นทุกวัน! จนช่างไม่กล้าเข้าไปย้ายของและปัจจุบันห้องนาฏศิลป์ของครูวิภาก็ยังอยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง

ที่มา : campus-star.com

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์