แม่นากพระโขนง (2)

แม่นากพระโขนง (2)


ไม่นานนักแม่นากก็ตั้งท้องขึ้นมา ความดีอกดีใจของสองผัวเมียนั้นมากมายไม่มีอะไรเปรียบ พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็หายโกรธหายเคือง ปลาบปลื้มยินดีที่จะได้มีหลานตาหลานยายไว้เชยชมสมใจ

ข้างพ่อมากก็ทะนุถนอมเมียปานไข่ในหิน ไม่ยอมให้ทำงาน เกรงว่าจะกระทบกระเทือนลูกในท้อง แม้แต่งานเบาๆ ก็แย่งมาทำเสียเอง แม่นากก็ยิ่งสุขกายสุขใจเป็นที่สุด โดยไม่ได้เกิดลางสังหรณ์ หรือมีวี่แววว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงร้ายกาจขึ้นในเวลาต่อมา

นั่นคือ พ่อมากได้รับหมายเกณฑ์ ให้ไปเป็นทหารปีละ 3 เดือนที่กรมพระสุรัสวดี!

ผัวเมียต้องจากกันทั้งน้ำตา ขณะนั้นแม่นากตั้งท้องได้ราว 6-7 เดือนแล้ว ผัวไปรับราชการตามหน้าที่ ตัวเองก็ต้องอยู่เดียวดายแสนจะหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว ยังดีที่มีญาติมิตรมาเยี่ยมเยียน โดยเฉพาะ "ทิดทุย" เพื่อนสนิทของพ่อมาก นอกจากไปมาหาสู่แล้วยังมีผักปลาอาหารมาฝากสม่ำเสมอ

สมัยนั้น พระโขนงกับใจกลางกรุงเทพฯ ไกลกันลิบลับ การเดินทางที่สะดวกที่สุด ก็คือการลงเรือแจวไปมาหาสู่กัน ใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะถึง

จนกระทั่งแม่นากเจ็บท้องใกล้จะคลอดลูกรอมร่อแล้ว พ่อมากก็ยังติดราชการอยู่กรุงเทพฯ ลุงต้องไปตามยายจั่น-หมอตำแยประจำตำบลมาทำคลอดให้กลางดึก ปรากฏว่าเด็กขวางท้องอยู่ ยายจั่นพยายามกล่อมท้อง ทั้งโยกทั้งคลึงสารพัดก็ไม่เป็นผล อย่างดีเด็กก็เอาตีนโผล่ออกมาแล้วหดกลับเข้าไปอีก

แม่นากเจ็บปวดแทบสิ้นชีวิต แผดร้องโหยหวนน่าเวทนานัก สองมือโหนเชือก หน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก หมอตำแยสั่งเบ่งก็พยายามเบ่งสุดกำลัง แต่ลูกในท้องก็ยังไม่ยอมคลอดมาเสียที

ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นจนสุดที่มนุษย์ทั่วๆ ไปจะทนทานได้ แม่นากเบ่งลูกเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไร้ผล จิตประหวัดถึงผัวรักก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง

"พี่มากจ๋า! ช่วยเมียด้วย..."

แล้ววิญญาณก็หลุดผล็อย ลอยออกจากร่างอันแสนจะทนทุกข์ทรมานในพริบตานั้นเอง!

...ว่ากันว่า ด้วยความรักความคิดถึงผัวรักก่อนจะขาดใจ วิญญาณจึงโลดแล่นไปหาผัวถึงโรงทหาร พ่อมากได้เห็นหน้าเมียก็ดีใจ แต่พูดคุยกันได้ 2-3 คำแม่นากก็หายหน้าไปแล้ว

...วิญญาณกลับมาอยู่ที่พระโขนง นั่งอุ้มลูกที่คลอดออกมาเรียบร้อยอยู่ที่ท่าน้ำเพื่อรอผัวรัก บางทีก็ร้องเพลงกล่อมลูกด้วยเสียงเยือกเย็นวังเวงใจ ล่องลอยไปตามสายลมยามราตรี ชาวบ้านร้านช่องได้ยินเข้าก็หนาวสันหลัง ขนลุกกรูเกรียว รีบมุดเข้ามุ้งนอนห่มผ้าคลุมโปงไปตามๆ กัน

ทิดทุยเล่าว่า ตอนที่นำศพแม่นากไปฝังที่ป่าช้าวัดมหาบุศย์ แม่นากยังคงลืมตาโพลง โบราณเชื่อว่า ศพที่ตายโดยยังลืมตาแสดงว่ามีห่วงผูกพัน ทิดทุยจึงพยายามปิดเปลือกตาให้เมียเพื่อน พร้อมกับบอกให้ไปสู่ที่ชอบๆ แต่ก็ทำไม่สำเร็จจนแล้วจนรอด

...ศพแม่นากยังลืมตาโพลงเหมือนจะจ้องมองหาผัวรักอยู่เช่นเดิม!

เกิดเสียงเล่าลือว่าผีแม่นากเฮี้ยนเหลือหลาย เป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงของชาวพระโขนงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

เจ๊กขายหมูพายเรือผ่านมาได้ยินเสียงเรียกก็วาดหัวเรือเข้าไป เห็นแม่นากนั่งอยู่ที่ขั้นบันได เล่นเอาอาแป๊ะร้องจ้า จ้ำพายพรวดๆ หนีผีแม่นากจนเรือล่ม ต้องว่ายน้ำไม่คิดชีวิต ก่อนจะตะเกียกตะกายขึ้นบก วิ่งตะโพงหนีพร้อมกับส่งเสียงร้องลั่นๆ ว่าโดนผีหลอกไปตลอดทาง

คนที่นั่งเรือผ่านบ้านร้างก็มักจะเห็นแม่นากยืนอุ้มลูกรอผัวอยู่บ่อยๆ ไม่เลือกว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน จนแทบไม่มีใครกล้านั่งเรือผ่านแต่เพียงลำพักอีกต่อไป

เล่ากันว่า คนที่บังเอิญผ่านไปทางหลังบ้านร้างนั้น ก็มองเห็นแม่นากยืนอุ้มลูกร้องไห้ คนที่ไปเก็บผักหักฟืนใกล้ๆ ป่าช้าก็เห็นแม่นากนั่งให้นมลูกอยู่บนหลุมศพของตัวเองกลางวันแสกๆ

ปากต่อปากก็บอกกล่าวกันไปเหมือนไฟลามทุ่ง ว่าวิญญาณแม่นากเฮี้ยนนัก...เป็นที่น่าขนพองสยองเกล้าของผู้คนในย่านพระโขนงโดยทั่วไป!



ขอบคุณเรื่องเล่าจากข่าวสด

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์