ชาวบ้าน เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าขณะที่กำลังเก็บผักขี้เหล็กอยู่ริมคลองน้ำคลองพูล ซึ่งอยู่ติดกับข้างที่นาของตนเอง ก็พบเด็กชายในหมู่บ้านคลองน้ำไหลใต้ 3 คน กำลังเดินเหมือนกำลังหาอะไรกันอยู่ จึงถามว่ามาทำอะไรกัน เด็กทั้งหมดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อคืนก่อนช่วงหัวค่ำได้ขี่รถจักรยานยนต์เที่ยว และมาจอดริมถนนตรงหัวฝายกักน้ำ
ขณะที่ เด็กๆ กำลังนั่งเล่นคุยกันอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของผู้หญิง ดังลั่นทั่วบริเวณ จึงรีบหนีกลับบ้าน ต่อมาช่วงเช้าก็ตัดสินใจเดินตามหาเสียงดังกล่าวเพราะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เดินมาก็ไม่พบเห็นอะไร ตนจึงนำเรื่องของเด็กไปปรึกษากับผู้ใหญ่บ้าน เลยชวนกันมาพิสูจน์ดูว่าเกิดอะไรขึ้น และเสียงนั้นมาจากไหนจนพบหม้อดินดังกล่าว
ผู้ใหญ่บ้านจึงนำหม้อดินดังกล่าวไปที่วัดคลองน้ำไหลใต้ เพื่อให้พระผู้มีวิชาอาคมคือ พระครูมงคล วัชรราทร เจ้าอาวาสวัดคลองน้ำไหลใต้ ทำพิธีเปิดดู พอแกะสายสิญจน์และผ้ายันต์สีแดงมีอักขระลงยันต์เขมรออก ปรากฏว่ามีลมพัดวูบ
ทั้งนี้ ภายในหม้อดินพบหุ่นปั้นคนที่ปั้นด้วยดินน้ำมัน เป็นหุ่นปั้นคน 4 คน คนโต 2 คน และเด็ก 2 คน โดยมีกระดูกคนตายบดป่นผสมอยู่ในตัวหุ่นปั้นด้วย พร้อมกับมีน้ำมันพรายทาไว้มีกลิ่นอ่อนๆ เรียงสลับทับกันอยู่ มีหญ้าแฝก ด้ายสีดำ ทับบนตัวหุ่น
