
เรื่องเล่าสยอง ตามมาส่งถึงวัด? เสียงลากเท้าปริศนาหน้าห้องพัก
หน้าแรกTeeNee เรื่องลึกลับ Xfile ผี วิญญาณ หลอน เรื่องเล่าสยอง ตามมาส่งถึงวัด? เสียงลากเท้าปริศนาหน้าห้องพัก

ไอ้เด็กเหลือขอ! หนีออกจากบ้าน 3 อาทิตย์ กลับมาช่วยสัปเหร่อขนศพ ช็อกตาตั้งชะตาเล่นตลก ที่แท้เป็นศพพี่ชายตัวเองในบ้านเกิด แถมพ่อแท้ๆ จบชีวิตตามในป่า!
เหตุการณ์สลดใจนี้เกิดขึ้นกับวัยรุ่นชายอายุประมาณ 14-15 ปีคนหนึ่ง ซึ่งเกิดมีปากเสียงทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงเนื่องจากขัดแย้งเรื่องอนาคตทางการศึกษา โดยผู้เป็นพ่อต้องการเคี่ยวเข็ญให้สอบครู แต่เจ้าตัวอยากเรียนสายช่าง จนกระทั่งบานปลายถึงขั้นถูกทุบตี ทำให้เขาตัดสินใจหอบข้าวของหนีออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมาย จนท้ายที่สุดได้ไปขออาศัยอยู่กับหลวงตาที่วัดห่างไกลแห่งหนึ่งเพื่อไม่ให้มีใครตามเจอ โดยช่วยงานวัดทุกอย่างเพื่อแลกกับข้าวก้นบาตร
หลังจากอาศัยอยู่ที่วัดได้ประมาณ 3 อาทิตย์ สัปเหร่อประจำวัดได้เข้ามาแจ้งกับหลวงตาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า มีบ้านหลังหนึ่งตั้งศพลูกชายไว้ในบ้าน แต่ดวงวิญญาณกลับเฮี้ยนหนักจนไม่สามารถทำพิธีต่อได้ จึงอยากจะย้ายศพมาทำพิธีที่วัด หลวงตาจึงออกปากให้เด็กหนุ่มเดินทางติดรถกระบะไปช่วยงานสัปเหร่อ ซึ่งก่อนออกเดินทางเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นเมื่อกระถางธูปทองเหลืองขนาดใหญ่ในห้องพักล้มคว่ำลงมาเองโดยไม่มีสาเหตุ ทว่าด้วยความเร่งรีบเขาจึงไม่ได้เอะใจอะไร
เมื่อรถกระบะแล่นไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย จนกระทั่งเลี้ยวเข้าซอยและจอดสนิทที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง เด็กหนุ่มถึงกับใจเสียเมื่อพบว่าผู้คนในชุดดำที่มาร่วมงานคือญาติพี่น้อง รวมถึงพ่อและแม่ของเขาเอง และเมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็ต้องช็อกสุดขีดเมื่อพบว่า ศพที่ตั้งอยู่ตรงหน้าคือพี่ชายแท้ๆ ของตนเองที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถสิบล้อทับ โดยแม่เล่าให้ฟังว่าในคืนก่อนหน้านี้วิญญาณพี่ชายเฮี้ยนมาก ทั้งไฟดับ ธูปจุดไม่ติด และจู่ๆ รถจักรยานยนต์ก็สตาร์ทและเร่งเครื่องเองกลางดึก การเคลื่อนย้ายศพออกจากบ้านเป็นไปอย่างทุลักทุเลและมีเรื่องชวนขนลุก เมื่อสัปเหร่อต้องใช้สายสิญจน์มัดโลงอย่างแน่นหนาและสั่งให้พลิกโลงคว่ำหน้าลง ซึ่งระหว่างที่ยกออกทางหน้าต่าง โลงศพกลับหนักอึ้งจนคนช่วยยกพากันล้มและปล่อยมือ จนกระทั่งพ่อและแม่ต้องพูดเอ่ยปากบอกดวงวิญญาณ น้ำหนักโลงจึงกลับมาเป็นปกติ
ความหลอนยังคงตามหลอกหลอนต่อที่วัด ในคืนนั้นเด็กหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าเดินลากเข้ามาเคาะประตูห้องพัก เมื่อเปิดออกกลับไม่พบใคร แต่เมื่อหันหลังกลับไปต้องขนลุกซู่เมื่อเห็นรอยเท้าขี้เถ้าขนาดใหญ่เดินเข้ามาในห้องและไปหยุดลงที่ข้างเตียงจนที่นอนยุบลงไป ด้วยความกลัวเขาจึงหนีไปนอนพิงเสาที่ศาลาตั้งศพพี่ชาย แต่แล้วกลับต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นร่างของพี่ชายนั่งห้อยขาอยู่บนฝาโลงและร้องไห้พร้อมบอกว่า "กลับบ้าน ไม่อยากให้แม่อยู่คนเดียว"
เช้าวันรุ่งขึ้น ชะตากรรมคลี่คลายอย่างน่าสลดใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อเด็กหนุ่มออกไปช่วยพระบิณฑบาตและถูกชาวบ้านต่อว่าอย่างรุนแรงถึงการทิ้งพ่อไว้ไม่มาดูแล ทำให้เขาตัดสินใจบึ่งรถกลับบ้านทันทีและได้พบความจริงที่ทำให้ใจสลายซ้ำสองว่า พ่อแท้ๆ ของเขาได้เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน โดยญาติเล่าว่าหลังจากที่เด็กหนุ่มหนีออกจากบ้าน พ่อได้หันไปทะเลาะกับพี่ชายอย่างรุนแรงตลอด 3 อาทิตย์ จนกระทั่งวันเกิดเหตุพ่อได้ขับรถไล่ตามพี่ชายที่หนีออกจากบ้านจนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ด้วยความรู้สึกผิดและแรงกดดัน พ่อจึงตัดสินใจเดินเข้าป่าและใช้อาวุธปืนจบชีวิตตัวเองตามไปในเช้ามืดวันเดียวกัน
ซึ่งเหตุผลที่ญาติและแม่ต้องแยกศพพ่อไว้ที่วัดป่าและเอาศพพี่ชายไว้ที่บ้านในตอนแรก เนื่องจากเป็นการตายโหงด้วยความโกรธแค้นทั้งคู่จนเกิดความเฮี้ยนและอยู่ร่วมกันไม่ได้ สุดท้ายเหตุการณ์ครั้งนี้ทิ้งบาดแผลและบทเรียนราคาแพงไว้ให้คนเบื้องหลัง ว่าในวันที่ยังมีชีวิตอยู่ควรทำดีต่อกัน ก่อนที่จะสายเกินไปและไม่สามารถย้อนเวลากลับมาแก้ไขอะไรได้อีก



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































