
เปิดตำนาน ผัวเมียดวงซวย ถูกเอเลี่ยนลากขึ้นยาน จับแยกห้องตรวจ!

ย้อนรอย "The Hill Abduction" ต้นตำรับคดีลักพาตัวสะเทือนโลก เมื่อมนุษย์ถูกจับทดลองข้ามสายพันธุ์
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกในยุค 60 ไม่มีเหตุการณ์ใดจะสร้างความสั่นสะเทือนได้เท่ากับเรื่องราวของ บาร์นีย์ และ เบตตี้ ฮิลล์ คู่รักชาวอเมริกันที่กลายเป็น "เคสแรก" ในประวัติศาสตร์ที่อ้างว่าถูกเอเลี่ยนจับตัวไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน 1961 ระหว่างที่ทั้งคู่ขับรถกลับบ้านผ่านถนนเปลี่ยว พวกเขาพบแสงประหลาดเคลื่อนที่ไล่ตามรถ ก่อนที่บาร์นีย์จะส่องกล้องเห็นวัตถุทรงกลมแบนคล้ายแพนเค้กและ "สิ่งมีชีวิต" ที่จ้องมองลงมาจากยาน ทันใดนั้นเสียงสัญญาณลึกลับก็ดังขึ้น พร้อมกับความทรงจำที่ดับวูบไป
สิ่งที่น่าขนลุกคือ "เวลาที่หายไป" (Missing Time) ร่วม 3 ชั่วโมงที่ทั้งคู่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็ถึงบ้านช้ากว่ากำหนด พร้อมหลักฐานทางกายภาพที่อธิบายยาก ทั้งรอยขีดข่วนบนรองเท้า สายคล้องกล้องที่ขาดสะบั้น และชุดของเบตตี้ที่ฉีกขาดพร้อมคราบผงสีชมพูประหลาด รวมถึงรอยวงกลมบนตัวรถที่ส่งผลต่อเข็มทิศ ความหวาดกลัวนี้ตามหลอกหลอนจนเบตตี้ฝันร้ายซ้ำๆ และบาร์นีย์เกิดอาการวิตกกังวลรุนแรง จนต้องพึ่งพากระบวนการ "สะกดจิตบำบัด" เพื่อกู้ความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา
ภายใต้ภวังค์การสะกดจิต ความจริงอันน่าสะพรึงก็พรั่งพรูออกมา เบตตี้เล่าถึงการถูกสิ่งมีชีวิตร่างเล็กพาขึ้นยานเพื่อตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือเจาะที่สะดือซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นการทดสอบการตั้งครรภ์ ขณะที่บาร์นีย์เล่าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดว่าถูกจับแยกกับภรรยาและถูกเก็บตัวอย่างอสุจิ โดยเขาจำ "ดวงตา" ที่จ้องมองมาได้อย่างแม่นยำ ไฮไลท์สำคัญคือ "แผนที่ดวงดาว" ที่เบตตี้อ้างว่าหัวหน้าเอเลี่ยนโชว์ให้ดู ซึ่งต่อมาถูกนำไปเทียบเคียงว่าตรงกับระบบดาว Zeta Reticuli ที่ห่างจากโลก 39 ปีแสง สร้างความฮือฮาให้เรื่องนี้ดูสมจริงขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งในแวดวงวิทยาศาสตร์และจิตแพทย์กลับมองว่า นี่อาจเป็นเพียง "ความทรงจำเทียม" ที่สร้างขึ้นจากความเครียดสะสม เนื่องจากทั้งคู่เป็นคู่รักต่างสีผิวในยุคที่ยังมีการเหยียดเชื้อชาติรุนแรง หรืออาจได้รับอิทธิพลจากสื่อบันเทิงอย่างซีรีส์ The Outer Limits ที่ฉายภาพเอเลี่ยนรูปร่างคล้ายกันก่อนหน้านั้นไม่นาน
แม้ข้อเท็จจริงจะยังเป็นปริศนา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวของครอบครัวฮิลล์ได้กลายเป็น "แม่แบบ" ของตำนานมนุษย์ต่างดาว (The Greys) หัวโต ตาโต และการลักพาตัวที่ส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกในยุค 60 ไม่มีเหตุการณ์ใดจะสร้างความสั่นสะเทือนได้เท่ากับเรื่องราวของ บาร์นีย์ และ เบตตี้ ฮิลล์ คู่รักชาวอเมริกันที่กลายเป็น "เคสแรก" ในประวัติศาสตร์ที่อ้างว่าถูกเอเลี่ยนจับตัวไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในคืนวันที่ 19 กันยายน 1961 ระหว่างที่ทั้งคู่ขับรถกลับบ้านผ่านถนนเปลี่ยว พวกเขาพบแสงประหลาดเคลื่อนที่ไล่ตามรถ ก่อนที่บาร์นีย์จะส่องกล้องเห็นวัตถุทรงกลมแบนคล้ายแพนเค้กและ "สิ่งมีชีวิต" ที่จ้องมองลงมาจากยาน ทันใดนั้นเสียงสัญญาณลึกลับก็ดังขึ้น พร้อมกับความทรงจำที่ดับวูบไป
สิ่งที่น่าขนลุกคือ "เวลาที่หายไป" (Missing Time) ร่วม 3 ชั่วโมงที่ทั้งคู่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็ถึงบ้านช้ากว่ากำหนด พร้อมหลักฐานทางกายภาพที่อธิบายยาก ทั้งรอยขีดข่วนบนรองเท้า สายคล้องกล้องที่ขาดสะบั้น และชุดของเบตตี้ที่ฉีกขาดพร้อมคราบผงสีชมพูประหลาด รวมถึงรอยวงกลมบนตัวรถที่ส่งผลต่อเข็มทิศ ความหวาดกลัวนี้ตามหลอกหลอนจนเบตตี้ฝันร้ายซ้ำๆ และบาร์นีย์เกิดอาการวิตกกังวลรุนแรง จนต้องพึ่งพากระบวนการ "สะกดจิตบำบัด" เพื่อกู้ความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา
ภายใต้ภวังค์การสะกดจิต ความจริงอันน่าสะพรึงก็พรั่งพรูออกมา เบตตี้เล่าถึงการถูกสิ่งมีชีวิตร่างเล็กพาขึ้นยานเพื่อตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือเจาะที่สะดือซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นการทดสอบการตั้งครรภ์ ขณะที่บาร์นีย์เล่าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดว่าถูกจับแยกกับภรรยาและถูกเก็บตัวอย่างอสุจิ โดยเขาจำ "ดวงตา" ที่จ้องมองมาได้อย่างแม่นยำ ไฮไลท์สำคัญคือ "แผนที่ดวงดาว" ที่เบตตี้อ้างว่าหัวหน้าเอเลี่ยนโชว์ให้ดู ซึ่งต่อมาถูกนำไปเทียบเคียงว่าตรงกับระบบดาว Zeta Reticuli ที่ห่างจากโลก 39 ปีแสง สร้างความฮือฮาให้เรื่องนี้ดูสมจริงขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม อีกมุมหนึ่งในแวดวงวิทยาศาสตร์และจิตแพทย์กลับมองว่า นี่อาจเป็นเพียง "ความทรงจำเทียม" ที่สร้างขึ้นจากความเครียดสะสม เนื่องจากทั้งคู่เป็นคู่รักต่างสีผิวในยุคที่ยังมีการเหยียดเชื้อชาติรุนแรง หรืออาจได้รับอิทธิพลจากสื่อบันเทิงอย่างซีรีส์ The Outer Limits ที่ฉายภาพเอเลี่ยนรูปร่างคล้ายกันก่อนหน้านั้นไม่นาน
แม้ข้อเท็จจริงจะยังเป็นปริศนา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวของครอบครัวฮิลล์ได้กลายเป็น "แม่แบบ" ของตำนานมนุษย์ต่างดาว (The Greys) หัวโต ตาโต และการลักพาตัวที่ส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน





กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































