
หลอน.. คำสุดท้ายจากพ่อ

แรกๆ พ่อก็ดูดีใจ เอาอกเอาใจเลี้ยงดูดี พี่ๆ ก็รัก เพราะอายุห่างกันมาก ตอนผมเกิดนั้น พี่สาวคนที่สามก็อายุ 20 เป็นสาวเต็มตัวแล้ว พี่สาวคนนี้ยังช่วยแม่เลี้ยงดูแลผมเหมือนกับเป็นแม่อีกคน ตอนนั้นแม่ผมอายุ 22 จะว่าไปก็รุ่นราวคราวเดียวกันนี่เลยแหละ ภาพจำของผมเกี่ยวกับพ่อคือภาพของผู้ชายแก่ๆ ตัวอ้วนขาว ดูดบุหรี่จัดเหม็นคลุ้งไปหมด ผมหงอกแซมทั้งหัว ชอบเดินท่อมๆ ไปทั่ว หน้าเครียดๆ ยุ่งๆ อยู่ตลอดเวลา
ลำพังแค่ผมกับแม่ดูแลบ้านหลังโตพร้อมข้าวปลาอาหารสามมื้อยังไม่เท่าไหร่ ดันมาประจวบกับการที่บริษัทของพ่อถูกเพื่อนโกง ถูกฟ้องล้มละลาย พ่อหมดสิ้นทุกอย่าง ดีว่าบ้านที่อยู่เป็นชื่อของอาตาล เลยไม่โดนยึดไปด้วย กระนั้นพ่อนั่งซึมเศร้าจับเจ่าอยู่บนเก้าอี้นอนที่บ้านทุกวันๆ และพร้อมจะอาละวาดขว้างทุบพังทำลายของทุกครั้งที่มีอะไรไม่ถูกใจแม้เพียงเล็กน้อย
วันรุ่งขึ้นผมกับแม่หอบกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกจากบ้านพ่อมา และไม่คิดจะหวนกลับไปอีก จนวันนี้ ที่ผมอายุ 22 กำลังเริ่มทำงานแรกในชีวิต จู่ๆพ่อก็ให้อาตาลโทร.มาเรียกผมกลับบ้านเพื่อดูใจเนี่ยนะ
ก่อนกลับบ้านแม่กล่อมผมให้พูดดีๆ ทำดีๆ กับพ่อ คิดเสียว่ามาลาเป็นครั้งสุดท้าย แม่ไม่แฟร์นี่หว่า เพราะแม่ไม่ยอมมาด้วย แต่ยังไงผมก็รับปากแม่มาแล้ว จะพยายามก็แล้วกัน
ผมคิดยังไม่ทันไร ตาก็มองไปเห็นพ่อ นั่งเอนหลังอยู่ที่เก้าอี้นอนตัวโปรดของแก ราวกับภาพเดิมที่ผมเห็นพ่อวันสุดท้าย พ่อดูไม่ค่อยเปลี่ยน นอกจากผอมซูบซีด และไม่มีผม พ่อสวมชุดคลุมตัวหนาเหมือนผ้าห่ม ในมือแกคีบบุหรี่ดูดผุยๆ ตามองมาที่ผม
พ่อพยักหน้า ไม่พูดอะไร แต่ชี้มือไปที่โต๊ะใกล้ๆ มีกรมธรรม์ประกันชีวิตเล่มหนึ่งวางอยู่ ผมเดินไปหยิบดู เปิดอ่านหน้าแรก เห็นชื่อแม่กับผมเป็นผู้รับประโยชน์หากพ่อตายทุกกรณี วงเงินสองแสนบาท ผมใจอ่อนยวบ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยคิดว่าพ่อยังนึกถึงเรา
ประตูหน้าบ้านดังขึ้น ผมเดินไปดู อาตาลและพี่สาวคนที่สามเดินเข้ามาเห็นผมก็วิ่งมากอด "มานานหรือยัง พี่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล เดี๋ยวรอพี่ไปหยิบเสื้อผ้าพ่อก่อนนะ เดี๋ยวเราไปส่งพ่อด้วยกัน"
ผมสับสนทันที "พ่อน่ะนะ ก็..." แต่เมื่อมองกลับไปที่เก้าอี้นั่ง พ่อไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
"พ่อเสียเมื่อกี้เอง ที่โรงพยาบาล อาตาลไม่ได้บอกเหรอว่าพ่อนอนโรงพยาบาลมาหลายเดือนแล้ว"