นับตั้งแต่วันที่พระเศียรหลุดจากบ่า เมื่อวันที่19 พฤษภาคม ค.ศ.1536 นั่นไม่ใช่ฉากสุดท้ายของพระองค์ เพราะว่าพระองค์เริ่มต้นฉากแรก ฉากใหม่แห่งการหลอกหลอนผู้คนอยู่ที่ หอคอยแห่งลอนดอน รวมไปถึงถิ่นเก่าของพระองค์เองอีกด้วย
ในภายหลัง พระองค์ได้รับการเฉลิมพระสมัญนาม ว่า "เป็นพระวิญญาณที่มีความเฮี้ยนมาก" เพราะพระองค์ไม่เคยปล่อยให้ใคร ต่อใครในหอคอยแห่งลอนดอนได้หายใจกันทั่วท้องเลย หากต้องเดินผ่านหอคอยในยามค่ำคืน หรือแม้แต่ในช่วงเวลากลางวันก็ตามที บ่อยครั้งที่พระองค์จะปรากฏพระวรกายให้ผู้คนได้เห็นพระองค์ในสภาพหัวขาด แบบชนิดตาต่อตา
ว่ากันว่าใครที่ใจไม่แข็งพอก็มักจะเป็นลมล้มกันในทันที หรือบางครั้งทหารยามรักษาการณ์ที่หอคอยก็เคยพบ ร่างไร้พระเศียรของพระองค์จนเกิดอาการช๊อคไปเลยก็มี
ช่วงเวลาในราวตี 2 ของทุกคืนนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาน่ากลัวที่สุดของทหารยามรักษาการณ์ เพราะเวลานั้น คือ เวลาที่ตรงกับเวลาของการประหารชีวิตบุคคลต่างๆในราชวงศ์ รวมทั้งกรณีของพระนางแอนน์ โบลีนน์ด้วย ดังนั้นเวลาดังกล่าวจึงเป็นช่วงที่ทหารยามจำนวนไม่น้อย ได้พบเห็นร่างของพระนางอย่างชัดเจน
คราวหนึ่งทหารยามนายหนึ่ง ถึงกับตะลึงเมื่อเห็นหมอกควันสีขาวรวมตัวกันเป็นรูปของสตรีโบราณสวมหมวกโบราณต่อหน้าต่อตา ร่างนั้นมีอาการจางๆหายๆอยู่ 3 ครั้ง ก่อนที่จะมีสภาพเป็นหญิงโบราณเดินตรงรี่เข้ามาหาเขา เขาจึงตัดสินใจใช้ดาบปลายปืนแทงร่างนั้นเต็มแรง ก่อนที่จะยิงปืนเข้าใส่ร่างนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปีค.ศ.1864 และเป็นเหตุที่ทำให้ทหารยามรายนั้น ถูกนำตัวไปสอบสวนอย่างหนักก่อนที่จะนำตัวส่งขึ้นศาลพิพากษา และมีการปล่อยตัวในเวลาต่อมา เพราะศาลเชื่อว่าสิ่งที่เล่นงานทหารยามคนนั้น เป็นดวงพระวิญญาณของพระนางแอนน์
แล้วอีกจุดหนึ่งในบริเวณพระราชวัง ซึ่งว่ากันว่าเป็นจุดที่มีคนเห็นพระวิญญาณของพระองค์ปรากฏโฉม ก็คือ ตรงที่ใกล้ๆกับ Tower Chapel แห่ง St.Peter Vincular ซึ่งถือว่าเป็นจุด ที่ร่างไร้พระเศียรของของพระองค์ ถูกนำเอาไปฝังไว้ที่นั้น
ทหารยามจำนวนไม่น้อยนาย มักจะมองเห็นขบวนของเหล่าผีอัศวินจำนวนมาก และเลดี้หรือสตรีชั้นสูงจำนวนหนึ่งที่แต่งกายในชุดโบราณสมัยทิวดอร์ พากันเดินหาที่นั่งตามม้ายาว นั่งแบบที่เห็นกันจนเจนตาตามโบสถ์ และที่น่ากลัวมากก็คือ ผู้นำขบวนเป็นพระนางแอนน์ โบลีนน์ ที่นำพลพรรคผีมานั่งกันตามที่นั่งในโบสถ์เรียบร้อย แล้วก็ปลีกตัวไปยังแท่นบูชาทันที เมื่อพระองค์เดินทางไปถึงแท่นสำคัญนั้น ร่างทุกร่างที่เห็นอยู่เมื่อครู่ ก็พลันหายไปจากสายตาทันควัน ปล่อยให้วิหารนั้นเงียบเชียบราวกับป่าช้าอีกครั้ง
ว่ากันว่าพระวิญญาณที่ไร้ความสงบของพระองค์ ไม่ได้จำกัดรูปแบบ หรือฉากแห่งการปรากฎกายแบบภูตผีของพระองค์ ให้เห็นกันแต่ในรั้วในวังหรือในหอคอยเท่านั้น แต่เป็นที่รู้กันท่ามกลางความหวาดกลัวว่า ร่างไร้ศีรษะของพระองค์นั้นมักจะเดินทางโดยรถม้าผีสิง ไปยังบ้านอันอบอุ่นสมัยที่พระองค์ยังอยู่ในวัยเยาว์ ณ ถิ่นบลิกกิ้งฮอลล์ในนอร์ฟอล์ในวันที่ถึงกำหนดครบรอบการประหารชีวิตของพระนางทุกปี
นอกจากนั้น ยังมีรายงานจากผู้พบเห็นดวงพระวิญญาณของพระองค์ว่า พระองค์นั้นเที่ยวเดินเตร็ดเตร่ไปตามพื้นสนาม และห้องทั้งหลายในร็อกฟอร์ดฮอลล์ เอสเซกซ์ เป็นเวลา12 วันเต็ม
มีผู้ลงความเห็นว่าการที่พระองค์ปรากฎกายให้เห็นบ่อยๆนี้ ก็คงเป็นเพราะว่า พระองค์ห่วงพระราชธิดา พระองค์เดียวที่เกิดกับพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 (พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1) นับได้ว่าวิญญาณของอดีตราชินีแสนเศร้า แอนน์ โบลีนน์ นั้นมีทั้งความน่าสงสาร หดหู่ และน่าหวาดกลัวจนขนหัวลุก หัวพองอีกพระองค์หนึ่ง
