
ลาก่อน...เพื่อนรัก!

ลาก่อน...เพื่อนรัก!
"ฟ้า" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากวิญญาณเพื่อน
แต้วเป็นเพื่อนรักของดิฉัน เรารู้จักกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย และนับแต่นั้นมิตรภาพก็แน่นแฟ้น ผูกพันขึ้นเรื่อยๆ ความรักฉันเพื่อนเป็นรักที่งดงามและล้ำค่าที่สุดอย่างหนึ่ง...มีแต่ความช่วยเหลือ ห่วงใย และหวังดีต่อกันอย่างแท้จริง!
เราคุยกันได้ทุกเรื่อง และปรับทุกข์กันได้ทุกปัญหา
"ความรักนั้นดีมาก แต่มิตรภาพสูงส่งกว่า"
ดิฉันเพิ่งจะเข้าใจถึงประเพณีอันลึกซึ้งของบางท้องถิ่น ที่มีการผูกเสี่ยว หรือบางวัฒนธรรมก็ถึงกับกรีดเลือด ดื่มน้ำสาบานเป็นพี่น้องกันตลอดไป!
เราไม่ได้ทำถึงขนาดนั้น แต่ก็เชื่อแน่ว่าชาตินี้เราไม่มีวันห่างเหินหรือลืมกันไป แม้ว่าเราจะจบมหาวิทยาลัยแล้ว และต่างคนต่างแยกย้ายไปมีหน้าที่การงานและครอบครัวของตน
เราคงจะเป็นอย่างแม่พลอยกับแม่ช้อย ที่เป็นเพื่อนรักกันไปจนแก่เฒ่า สักวันหนึ่งในอีกห้าสิบปีข้างหน้า เราคงเป็นยายแก่สองคนที่นั่งคุยถึงความหลังกัน งกๆ เงิ่นๆ ไปด้วยกัน...นั่งนินทาผัว นินทาลูกหลานเหลนกันอย่างสนุกสนานเลยเชียว
แต่วันนี้ไม่มีวันนั้นมาถึง เพราะแต้วถูกโรคร้ายคร่าชีวิต!
ตอนเรียนจบ ยังไม่ทันถึงวันรับปริญญา แต้วก็เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง! มันเป็นการพบที่สายเกินไป มะเร็งลามไปยังส่วนต่างๆ เมื่อได้รู้ดิฉันถึงกับใจหายวาบ
ครอบครัวของแต้วมีฐานะดีมาก ในช่วงเวลาท้ายๆ ซึ่งแต้วยังไม่ได้ไปนอนโรงพยาบาลนั้น คุณพ่อคุณแม่ของเธอจัดห้องที่ชั้นล่างของบ้านให้แต้วนอนรักษาตัว มีพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลตลอดเวลา...
มันเป็นห้องที่สวยงามราวกับห้องเจ้าหญิง มีแอร์เย็นฉ่ำ เตียงหนานุ่ม ผ้านวมชั้นเลิศสีฟ้าอมม่วงเหมือนดอกไลแล็ก หมอนหนาๆ หลายใบ แก้วน้ำแก้วยาล้วนเป็นแก้วเจียระไน คุณพ่อคุณแม่ของแต้วให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกสาวในช่วงสุดท้ายของชีวิต...
และหนึ่งในนั้นคือตัวดิฉันเอง!
ดิฉันไปนอนเฝ้าไข้เพื่อนรัก เพราะตระหนักแน่แก่ใจว่าเวลาของเราเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว
ยามดึกดื่นค่ำคืน พยาบาลพิเศษจะไปพักอยู่ที่ห้องเล็กที่อยู่ติดกันส่วนดิฉันอยู่ตามลำพังกับแต้ว นอนด้วยกันบนเตียงแสนสบาย คุยกันจนผล็อยหลับไป...
คืนหนึ่ง แต้วดูสดใสคล้ายไม่ได้ป่วยเข้า เธอสวยละมุนละไม แม้ผมบนศีรษะจะร่วงเกือบหมด...ผมที่เคยยาวสลวย ต้องถูกตัดจนติดหนังศีรษะเพื่อไม่ให้ดูหร็อมแหร็ม แต่บัดนี้เธอดูเหมือนเทพธิดาอย่างน่าประหลาด
เราคุยกันจนดึกดื่น ในที่สุด แต้วก็ขอให้ดิฉันปิดไฟหัวเตียงที่เคยเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนเป็นประจำ
ห้องมืดสนิท ดูสงบเหมือนเราอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่มิติของมนุษย์ ดิฉันกับแต้วจับมือกันไว้ ดิฉันเงียบเสียงเพื่อให้เธอได้หลับให้สบาย แต่แล้วแต้วก็พูดขึ้นเบาๆ เสียงของเธอเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ
"ฉันกำลังจะเป็นผี..." เธอพูดแล้วเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อไปอีกว่า "เธอกำลังจะกลัวฉัน..."
ดิฉันลืมตาจ้องฝ่าความมืดไปยังร่างเพื่อนรักที่เห็นเป็นเงาดำตะคุ่มๆ อยู่กลางความมืดสลัว นึกอยู่ว่า...นี่น่ะหรือผีในอนาคตที่ฉันจะต้องสยดสยองพองขน?! เป็นไปได้ยังไง? คนเรานี่แปลกจริง ตอนยังมีชีวิตอยู่ก็รักกันจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไร ครั้นตายไปก็กลายเป็นความกลัวชนิดขนหัวลุก!
เสียงแต้วพูดเนิบๆ ต่อไป
"คืนนี้เราอยู่ด้วยกันในห้องมืดๆ ต่อไปเธอจะไม่กล้าอยู่คนเดียวเพราะกลัวฉันจะมานอนด้วยอย่างนี้..." เธอหัวเราะเสียงใส แล้วบอกให้ดิฉันหลับซะ
นั่นเป็นคืนสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน เพราะวันรุ่งขึ้นแต้วมีอาการทรุดลงอย่างน่าตกใจ คุณพ่อของเธอรีบบอกหมอแล้วพาเข้าโรงพยาบาลทันที
ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาล แต้วนอนบนเตียงแคบๆ สีขาวสะอาด มีสายระโยงระยางจากปาก จากจมูกและแขนของเธอ...แต้วดูป่วยมาก อ่อนแอมาก...สองวันจากนั้นเธอก็สิ้นใจอย่างสงบ
จริงอย่างที่เธอพูดเป็นครั้งสุดท้ายในคืนนั้น ดิฉันยอมรับว่ากลัว...และกลัวมากจนฝันร้ายบ่อยๆ กลัวจนไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องให้น้องสาวมานอนเป็นเพื่อน แม้กระทั่งจะเข้าห้องน้ำก็ต้องแง้มประตูไว้..
คนเราเป็นอย่างนี้จริงๆ หรือคะ?
เรากลัวผีคนที่เราเคยรักเขามากได้นี้เลยเชียวหรือ?
เมื่อไม่นานมานี้เอง ที่ดิฉันนอนตามลำพังสองคนกับแต้วในห้องมืดสลัว เย็นฉ่ำ...บัดนี้ดิฉันไม่กล้าปิดไฟนอนอีกเลย เคยลองปิดหนหนึ่ง แหม...บรรยากาศมันเย็นยะเยือกและหวาดระแวงไปหมดทันที จนต้องตะกายไปเปิดไฟ! ต้องเถียงกับน้องสาวที่รำคาญไฟแยงตาจนแทบนอนไม่หลับ
นึกแล้วขำ...ดิฉันอมยิ้มกับตัวเอง และก่อนหลับในคืนนั้น ดิฉันสาบานได้ว่าได้ยินเสียงหัวเราะหวานใสปานระฆังเงิน...
ไม่ใช่เสียงน้องสาวตัวดีของดิฉันหรอกค่ะ แต่มันเป็นเสียงแต้ว...เพื่อนรักของดิฉันเอง นึกถึงแล้วขนลุกค่ะ!
ขอขอบคุณเรื่องเล่าจาก
ข่าวสดออนไลน์
"ฟ้า" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากวิญญาณเพื่อน
แต้วเป็นเพื่อนรักของดิฉัน เรารู้จักกันตอนเข้ามหาวิทยาลัย และนับแต่นั้นมิตรภาพก็แน่นแฟ้น ผูกพันขึ้นเรื่อยๆ ความรักฉันเพื่อนเป็นรักที่งดงามและล้ำค่าที่สุดอย่างหนึ่ง...มีแต่ความช่วยเหลือ ห่วงใย และหวังดีต่อกันอย่างแท้จริง!
เราคุยกันได้ทุกเรื่อง และปรับทุกข์กันได้ทุกปัญหา
"ความรักนั้นดีมาก แต่มิตรภาพสูงส่งกว่า"
ดิฉันเพิ่งจะเข้าใจถึงประเพณีอันลึกซึ้งของบางท้องถิ่น ที่มีการผูกเสี่ยว หรือบางวัฒนธรรมก็ถึงกับกรีดเลือด ดื่มน้ำสาบานเป็นพี่น้องกันตลอดไป!
เราไม่ได้ทำถึงขนาดนั้น แต่ก็เชื่อแน่ว่าชาตินี้เราไม่มีวันห่างเหินหรือลืมกันไป แม้ว่าเราจะจบมหาวิทยาลัยแล้ว และต่างคนต่างแยกย้ายไปมีหน้าที่การงานและครอบครัวของตน
เราคงจะเป็นอย่างแม่พลอยกับแม่ช้อย ที่เป็นเพื่อนรักกันไปจนแก่เฒ่า สักวันหนึ่งในอีกห้าสิบปีข้างหน้า เราคงเป็นยายแก่สองคนที่นั่งคุยถึงความหลังกัน งกๆ เงิ่นๆ ไปด้วยกัน...นั่งนินทาผัว นินทาลูกหลานเหลนกันอย่างสนุกสนานเลยเชียว
แต่วันนี้ไม่มีวันนั้นมาถึง เพราะแต้วถูกโรคร้ายคร่าชีวิต!
ตอนเรียนจบ ยังไม่ทันถึงวันรับปริญญา แต้วก็เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง! มันเป็นการพบที่สายเกินไป มะเร็งลามไปยังส่วนต่างๆ เมื่อได้รู้ดิฉันถึงกับใจหายวาบ
ครอบครัวของแต้วมีฐานะดีมาก ในช่วงเวลาท้ายๆ ซึ่งแต้วยังไม่ได้ไปนอนโรงพยาบาลนั้น คุณพ่อคุณแม่ของเธอจัดห้องที่ชั้นล่างของบ้านให้แต้วนอนรักษาตัว มีพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลตลอดเวลา...
มันเป็นห้องที่สวยงามราวกับห้องเจ้าหญิง มีแอร์เย็นฉ่ำ เตียงหนานุ่ม ผ้านวมชั้นเลิศสีฟ้าอมม่วงเหมือนดอกไลแล็ก หมอนหนาๆ หลายใบ แก้วน้ำแก้วยาล้วนเป็นแก้วเจียระไน คุณพ่อคุณแม่ของแต้วให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกสาวในช่วงสุดท้ายของชีวิต...
และหนึ่งในนั้นคือตัวดิฉันเอง!
ดิฉันไปนอนเฝ้าไข้เพื่อนรัก เพราะตระหนักแน่แก่ใจว่าเวลาของเราเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว
ยามดึกดื่นค่ำคืน พยาบาลพิเศษจะไปพักอยู่ที่ห้องเล็กที่อยู่ติดกันส่วนดิฉันอยู่ตามลำพังกับแต้ว นอนด้วยกันบนเตียงแสนสบาย คุยกันจนผล็อยหลับไป...
คืนหนึ่ง แต้วดูสดใสคล้ายไม่ได้ป่วยเข้า เธอสวยละมุนละไม แม้ผมบนศีรษะจะร่วงเกือบหมด...ผมที่เคยยาวสลวย ต้องถูกตัดจนติดหนังศีรษะเพื่อไม่ให้ดูหร็อมแหร็ม แต่บัดนี้เธอดูเหมือนเทพธิดาอย่างน่าประหลาด
เราคุยกันจนดึกดื่น ในที่สุด แต้วก็ขอให้ดิฉันปิดไฟหัวเตียงที่เคยเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนเป็นประจำ
ห้องมืดสนิท ดูสงบเหมือนเราอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่มิติของมนุษย์ ดิฉันกับแต้วจับมือกันไว้ ดิฉันเงียบเสียงเพื่อให้เธอได้หลับให้สบาย แต่แล้วแต้วก็พูดขึ้นเบาๆ เสียงของเธอเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ
"ฉันกำลังจะเป็นผี..." เธอพูดแล้วเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อไปอีกว่า "เธอกำลังจะกลัวฉัน..."
ดิฉันลืมตาจ้องฝ่าความมืดไปยังร่างเพื่อนรักที่เห็นเป็นเงาดำตะคุ่มๆ อยู่กลางความมืดสลัว นึกอยู่ว่า...นี่น่ะหรือผีในอนาคตที่ฉันจะต้องสยดสยองพองขน?! เป็นไปได้ยังไง? คนเรานี่แปลกจริง ตอนยังมีชีวิตอยู่ก็รักกันจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไร ครั้นตายไปก็กลายเป็นความกลัวชนิดขนหัวลุก!
เสียงแต้วพูดเนิบๆ ต่อไป
"คืนนี้เราอยู่ด้วยกันในห้องมืดๆ ต่อไปเธอจะไม่กล้าอยู่คนเดียวเพราะกลัวฉันจะมานอนด้วยอย่างนี้..." เธอหัวเราะเสียงใส แล้วบอกให้ดิฉันหลับซะ
นั่นเป็นคืนสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน เพราะวันรุ่งขึ้นแต้วมีอาการทรุดลงอย่างน่าตกใจ คุณพ่อของเธอรีบบอกหมอแล้วพาเข้าโรงพยาบาลทันที
ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาล แต้วนอนบนเตียงแคบๆ สีขาวสะอาด มีสายระโยงระยางจากปาก จากจมูกและแขนของเธอ...แต้วดูป่วยมาก อ่อนแอมาก...สองวันจากนั้นเธอก็สิ้นใจอย่างสงบ
จริงอย่างที่เธอพูดเป็นครั้งสุดท้ายในคืนนั้น ดิฉันยอมรับว่ากลัว...และกลัวมากจนฝันร้ายบ่อยๆ กลัวจนไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องให้น้องสาวมานอนเป็นเพื่อน แม้กระทั่งจะเข้าห้องน้ำก็ต้องแง้มประตูไว้..
คนเราเป็นอย่างนี้จริงๆ หรือคะ?
เรากลัวผีคนที่เราเคยรักเขามากได้นี้เลยเชียวหรือ?
เมื่อไม่นานมานี้เอง ที่ดิฉันนอนตามลำพังสองคนกับแต้วในห้องมืดสลัว เย็นฉ่ำ...บัดนี้ดิฉันไม่กล้าปิดไฟนอนอีกเลย เคยลองปิดหนหนึ่ง แหม...บรรยากาศมันเย็นยะเยือกและหวาดระแวงไปหมดทันที จนต้องตะกายไปเปิดไฟ! ต้องเถียงกับน้องสาวที่รำคาญไฟแยงตาจนแทบนอนไม่หลับ
นึกแล้วขำ...ดิฉันอมยิ้มกับตัวเอง และก่อนหลับในคืนนั้น ดิฉันสาบานได้ว่าได้ยินเสียงหัวเราะหวานใสปานระฆังเงิน...
ไม่ใช่เสียงน้องสาวตัวดีของดิฉันหรอกค่ะ แต่มันเป็นเสียงแต้ว...เพื่อนรักของดิฉันเอง นึกถึงแล้วขนลุกค่ะ!
ขอขอบคุณเรื่องเล่าจาก
ข่าวสดออนไลน์
เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!